การเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบของผิว: การอักเสบคืออะไร

ร่างกายของเราจะเกิด "การอักเสบ" เมื่อถูกโจมตีโดยสารที่เป็นอันตราย เช่น จุลินทรีย์ สารพิษหรือเชื้อโรค ร่างกายต่อสู้และปกป้องตัวเองด้วยกองทัพเม็ดเลือดขาว แอนติบอดีและสารเคมีต่าง ๆ (เช่น ไซโตไคน์และอินเตอร์เฟียรอน) บริเวณที่มีการอักเสบภายนอกร่างกายอาจมีลักษณะดังนี้

● รอยแดง
● ความร้อน (อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น)
● อาการเจ็บปวดหรือความรู้สึกนิ่มเมื่อสัมผัส
● อาการบวม

อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุดเมื่อร่างกายของเราเอาชนะได้ บาดแผลจากการต่อสู้อาจยังหลงเหลืออยู่

การอักเสบคืออะไร

ร่างกายของเราจะเกิด "การอักเสบ" เมื่อถูกโจมตีโดยสารที่เป็นอันตราย เช่น จุลินทรีย์ สารพิษหรือเชื้อโรค ร่างกายต่อสู้และปกป้องตัวเองด้วยกองทัพเม็ดเลือดขาว แอนติบอดีและสารเคมีต่าง ๆ (เช่น ไซโตไคน์และอินเตอร์เฟียรอน) บริเวณที่มีการอักเสบภายนอกร่างกายอาจมีลักษณะดังนี้

  • รอยแดง
  • ความร้อน (อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น)
  • อาการเจ็บปวดหรือความรู้สึกนิ่มเมื่อสัมผัส
  • อาการบวม

อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุดเมื่อร่างกายของเราเอาชนะได้ บาดแผลจากการต่อสู้อาจยังหลงเหลืออยู่

AdobeStock_171443415
AdobeStock_264388882 (1)
AdobeStock_263799700

PIH คืออะไร

PIH ย่อมากจาก Post-Inflammatory Hyperpigmentation คือผลที่ตามมาของการอักเสบ หลังจากการอักเสบ ผิวอาจเปลี่ยนเป็นสีม่วง สีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้ม และอาจมีหรือไม่มีรอยสีเทาหรือสีน้ำเงินด้วยก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผิวดูเข้มขึ้นหรือมี "เม็ดสีมากขึ้น" ศัพท์ทางการแพทย์เรียกสิ่งนี้ว่ารอยดำ (สีคล้ำ) บริเวณที่มีเม็ดสีมากเกินไปเหล่านี้จะปรากฏเป็นจุดแบนบนผิวหนัง

โดยธรรมชาติแล้ว ผิวหนังที่มีเม็ดสีสะสมอยู่แล้วจะดูคล้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอาการนี้ถือเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มคนผิวสี เช่น ชาวแอฟริกันอเมริกัน

อะไรเป็นสาเหตุของการเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบ

ผิวหนังเกิดจากเซลล์จำนวนมากเรียงตัวกันหลายชั้น เซลล์ผิวหนังพยายามปกป้องตัวเองจากการอักเสบโดยการกระตุ้นการสร้างเซลล์เมลาโนไซต์ (เซลล์สารสี) เพื่อสร้างเม็ดสีให้มากขึ้น เมลานินเป็นสารสีที่ทำให้เกิดสีผิว ซึ่งเมลานินมีอยู่ในคนผิวสีเข้มมากกว่าคนผิวสีอ่อน เมลานินปกป้องผิวจากการถูกทำลาย โดยเฉพาะจากรังสียูวี ด้วยการทำหน้าที่เสมือนเป็นร่มให้กับชั้นเซลล์ผิวที่อยู่ด้านล่าง กลุ่มของเมลานินที่ผลิตเมลาโนไซต์จะปรากฏขึ้นบนร่างกายซึ่งมองเห็นเป็นกลุ่ม PIH

เนื่องจากการอักเสบทำให้เกิดรอยดำขึ้น หากการอักเสบมีบริเวณกว้างขึ้นก็จะส่งผลให้เกิดรอยที่กว้างขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นสิวจะมี PIH มากกว่าผู้ที่ถูกแมลงกัด

ประเภทของการเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบ

ผิวหนังประกอบด้วย 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ที่ลึกลงมา และชั้นไขมันที่ลึกที่สุด (เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง) รอยดำสามารถเกิดขึ้นได้ในแต่ละชั้นเหล่านี้ และสามารถจำแนกได้ตามชั้นหรือตามความลึกที่เกิดขึ้น หากรอยดำเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งชั้น จะเรียกว่า PIH ชนิดผสม

การเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบเกิดขึ้นกับผู้หญิงหรือผู้ชายมากกว่ากัน

แม้ว่าผิวหนังของผู้หญิงจะบางกว่าผู้ชาย แต่มีการค้นพบว่าทั้งชายและหญิงมีแนวโน้มที่จะเกิด PIH ได้เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงต้องเผชิญกับผลกระทบทางด้านจิตใจและสังคมเมื่อเกิดอาการนี้ มีการระบุไว้ว่าผู้หญิงเข้ารับการรักษาในอัตราที่สูงกว่าผู้ชาย

สภาพผิวชนิดใดบ้างที่สามารถเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบ

ปัญหาผิวหนังที่ทำให้เกิดการอักเสบอาจนำไปสู่การเกิด PIH ได้ เช่น

1. สิว

2. รูขุมขนอักเสบ

3. รอยไหม้

4. ผิวหนังอักเสบ (โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง)

5. โรคสะเก็ดเงิน

6. แมลงสัตว์กัดต่อย

7. ภูมิแพ้

8. ขนคุด (ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังการโกนม้วนงอตัวอยู่ในรูขุมขน)

9. โรคไลเคนพลานัส

AdobeStock_274385209 (2)

การเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบ (PIH) สามารถรักษาได้หรือไม่

1. สามารถรักษาได้ เนื่องจาก PIH ไม่คงอยู่ถาวรและสามารถจางหายไปได้แม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษาก็ตาม อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่รอยดำของแต่ละคนจะจางหายไปนั้นมีความแตกต่างกัน และอาจใช้เวลาหลายปี แต่การรักษาโรคผิวหนังสามารถช่วยเร่งกระบวนการได้

2. ผิวคล้ำที่เกิดขึ้นกับชั้นผิวด้านนอกสุด (ชั้นหนังกำพร้า) จะรักษาได้ง่ายที่สุด ในขณะที่ผิวชั้นลึกลงมา (ชั้นหนังแท้) หรือการเกิดที่มากกว่าหนึ่งชั้น (แบบผสม) จะรักษาได้ยากขึ้น

3. การเกิด PIH ชั้นหนังกำพร้านั้นรักษาได้ง่ายที่สุด เนื่องจากอยู่ระดับที่ไม่ลึก โดยสามารถรักษาได้ด้วยยาทาในรูปของครีมและโลชั่น

4. ชั้นหนังแท้หรือแบบผสมจะรักษาค่อนข้างยากเนื่องจากสารสีอยู่ในชั้นที่ลึกขึ้น ซึ่งต้องวางแผนการรักษาที่ซับซ้อนขึ้น

สิ่งที่สามารถทำได้เพื่อป้องกันการเกิด PIH

  • ป้องกันการเกิด PIH ด้วยการไม่บีบสิว เพราะจะไปเพิ่มปฏิกิริยาการอักเสบซึ่งนำไปสู่โอกาสการเพิ่มเม็ดสีมากขึ้น
  • ดื่มน้ำในปริมาณมาก
  • จำกัดเวลาที่ต้องออกแดด สวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์กันแดดที่มิดชิดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รังสียูวีสามารถทำลายผิวหนังและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและ PIH ได้